2007/May/30

เรื่องนี้ที่จริงก็เกิดขึ้นกับเราบ่อยๆ นะ ฮ่า.....ฮ่า....... (บอกไปตรงๆ ก็คือ......อกหักประจำ) เสียใจก็หลายครั้ง แต่ว่าล่าสุด เอ่อ.....ที่จริงก็นานแล้วล่ะ หลายเดือนแล้ว แต่ก็ยังคงจดจำเค้าได้อยู่จนถึงตอนนี้ ทั้งที่เราก็พยายามไม่นึกถึงเค้าแล้วก็ตาม เรื่องมันเศร้าก็เลยอยากระบาย ==;;;

เราเจอกันที่โรงแรมที่เราทำงานอยู่ตอนนั้น เค้าก็มาทำงานที่เมืองไทยคนเดียว เพื่อนเราก็สงสารกลัวว่าเค้าจะเหงา พอดีตรงกับวันหยุดเราพอดี เพื่อนเราก็เลยชวนเค้าว่าสนใจจะไปเที่ยววัดพระแก้วไหม ??? สรุปเราก็นัดกัน ไปกัน 3 คน มีเรา เพื่อนเรา แล้วก็เค้า เราก็ไม่เข้าใจนะว่าทำไมเราถึงเริ่มรู้สึกดีๆ กับเค้าได้ (ตอนแรกไม่ชอบหน้าอีบ้านี่เล๊ยยยยยย.............ขี้เก๊ก !!! คิดว่าตัวเองหล่ออะไรประมาณนี้) อาจจะเป็นเพราะบรรยากาศพาไป แล้วเราก็คุยกันรู้เรื่องมั้ง (ภาษาอังกฤษก็ไม่ได้เรื่อง ฮ่าๆ) แต่.......เค้าก็ดูเป็นผู้ใหญ่กว่าคนรุ่นเดียวกันมั้ง มีความคิดดี แล้วก็ที่สำคัญ เค้าเป็นผู้ชายที่เป็นสุภาพบุรษมากกกกก..... วันนั้นเราก็ไปวัดหลายที่เลย ฝนก็ตกพร่ำๆ เข้าบรรยากาศดีจัง ^-^***

หลังจากวันนั้น เรากับเค้าก็สนิทกันอยู่แค่ 2 คน เราสองคน chat กันทุกวัน โทรคุยกัน ส่ง SMS คุยกัน ไปกินข้าว ดูหนัง เดินห้างเล่นกันจนเราเริ่มคิดไปเองล่ะสิ ที่นี้ว่า.......เค้าก็คงรู้สึกดีๆ กับเราบ้าง อืม.......ที่จริงแล้วเค้าเองเป็นฝ่ายชวนเราไปนุ้นไปนี่ตลอด ทีนี้หลังๆ เราก็ชวนเพื่อนๆ เราไปด้วยกัน เพราะเราเองก็อยากไปกันหลายๆ คน มันดูสนุกสนานครื้นเครงกว่ากันเยอะ เพราะเค้าเองก็เคยเห็นเพื่อนเราบ่อยๆ ที่ทำงาน เราก็จะเล่าให้เค้าฟังเรื่องเพื่อนๆ ของเรา ทีนี้พอเราเจอกัน ส่วนมากพวกเราจะไปกินไอศครีมอร่อยๆ กัน หรือไม่ก็หาร้านอาหารอร่อยๆ ให้กับกระเพาะอาหารที่ชินกับอาหารที่ Canteen

วันนึงที่เรา chat กัน เค้าก็บอกกับเราว่า เค้าคิดว่า......เราดูแลเอาใจใส่เค้ามากเกินเพื่อน!!! เค้าไม่อยากให้เราทำแบบนั้นอีก เราก็ไม่ได้คิดนะว่าเราเป็นมากกว่าเพื่อน เพราะเค้าก็ไม่เคยบอกว่าเค้ารู้สึกยังไงกับเรา เราก็แค่รู้สึกดีอ่ะ แต่....เค้าคงรู้สึกว่าคนอื่นมองว่าเค้ามาชอบเรามั้ง เค้าถึงพูดออกมาแบบนั้น ซึ่งเราก็ไม่เข้าใจเลยยยยย แถมนับวันก็ยิ่งทำร้ายความรู้สึกของเราด้วยการบอกว่าชอบเพื่อนเรามากกว่ามั่ง มีคนที่เค้าชอบแล้วมั่ง ให้เบอร์โทรศัพท์เพื่อนเราต่อหน้าเรา=_=;;;; เจอเข้าไปแบบนั้น เราก็เลยอึ้งงงงงง ทำอะไรไม่ถูก ไม่เข้าใจว่าระยะเวลาที่ผ่านมา......เราเคยทำอะไรให้เค้าไม่พอใจเหรอไงนะ เค้าถึงต้องพยายามทำร้ายความรู้สึกของเราแบบนั้น ผู้ชายที่เป็นสุภาพบุรุษคนนั้นที่คอยดูแลเรา เค้าคนนั้นหายไปไหนกัน ?? แต่รู้มั้ย.......เรากลับไม่ได้เลิกชอบเค้าเลย ตรงกันข้าม เรากลับทำตัวเป็นเพื่อนที่ดีเหมือนเดิมอย่างที่เคยเป็นมา ถึงแม้........บางทีเราจะพูดอะไรไม่ออกก็ตาม คอมันติ้นตัน แถมน้ำตาเจ้ากรรม ก็พานจะไหลทุกครั้งไป...........

หลังๆ บางครั้งพอเราพยายามหลบหน้าเค้า เพราะเราไม่อยากจะร้องไห้ต่อหน้าเค้าน่ะ มันรู้สึกน้อยใจยังไงไม่รู้ O.O เราเลยกะว่า บางที......อะไรๆ มันอาจจะดี ถ้าเราสองคนไม่ต้องเจอกันอีก ไหนๆ อีกไม่นานเค้าก็ต้องกลับประเทศเค้าแล้ว แต่........เค้าก็ส่ง SMS มาชวนเราไปกินข้าว บอกว่าเค้าจะต้องกลับแล้วนะ มาเจอกันหน่อยดีมั้ย ?? เอาล่ะทีนี้ เราก็นั่งคิดนอนคิดทั้งคืนว่าจะเอาไงดี ใจนึงก็อยากไปนะ แต่.......อีกใจนึงก็รู้สึกว่าต้องเจ็บกลับมาแน่ๆ เค้าจะพูดอะไรที่ทำร้ายจิตใจเราอีกล่ะทีนี้ เฮ้อ !!! ตอนเช้าพอเค้าเจอหน้าเรา เราก็คุยกับแขกคนอื่นอยู่ เค้าก็ยืนรออ่ะ แล้วก็ถามว่า.....เราได้ SMS จากเค้าไหม ? เราว่างไหม ? เราเลยบอกว่า......จะไปถ้าไม่ค่ำมาก ตอนนั้นเค้าก็ตัดพ้อ ที่เราไม่ตอบกลับเค้า ไม่เห็นจะต้องสนใจเลยว่ามั้ย เราคิดไปเองรึเปล่านะ ที่คิดไปว่า......เค้าคงอยากคุยกับเราครั้งสุดท้ายน่ะ

วันนั้นเป็นวันที่เราทำหน้าไม่ถูกที่สุดแล้ววววว เศร้าก็เศร้า อยากร้องไห้ก็อยาก แต่......เราก็หักห้ามใจตัวเองไว้ ไม่ให้มันอ่อนไหว เรารู้นะ......ว่ามันเปราะบางมากๆๆๆ วันนั้นเราชวนเพื่อนเราไปด้วย เค้าก็ชวนเพื่อนเค้าไป ถ้าวันนั้น......ไม่ได้เพื่อนเราไปด้วย เราก็คง.......ไม่ไปเจอหน้าเค้าแน่นอน

เพื่อนเรามาเล่าให้ฟังทีหลังว่า.......เค้ามาถามเพื่อนเราว่าเราเป็นอะไรไป ทำไมไม่คุยกับเค้าเลย พอดีเราคุยแต่กับเพื่อนเค้าน่ะ ก็.......ไม่รู้จะพูดอะไรนี่น่า พูดไม่ออก เฮ้อ !!! ตอนนั้นเราไปหาร้านอาหารนั่งกินข้าว+ฟังเพลงเพราะๆ แถวสามย่าน วันนั้นเค้าเปิดเพลงได้โดนใจเรามากๆๆๆๆ มีแต่เพลงอกหักทั้งนั้น ฟังแล้วก็ยิ่งเศร้า แปลกนะ..........เค้าทำตัวกับเราเหมือนเดิม เหมือนตอนแรกๆ ที่เรารู้จักกัน ไม่ใช่.......คนแปลกหน้าอย่างที่ผ่านมา แถมดีกับเราผิดปกติด้วย เราเห็นเค้าดูนาฬิกาตลอด ตอนแรกก็ไม่ค่อยเข้าใจอ่ะ พอสี่ทุ่มกว่า เค้าก็พูดว่า เราควรจะกลับกันได้แล้วล่ะ แล้วเค้าก็หันมามองเรา มันทำให้เราใจสั่นอ่ะ แล้วเค้าก็ว่า........เราควรโทรไปบอกแม่นะ ว่าจะค้างกับเพื่อน เพราะมันดึกมากแล้ว บ้านเราก็อยู่ไกล อันตรายเกินไป ไม่ควรกลับบ้าน พอดีตอนนั้นโทรศัพท์มือถือก็ดั๊นไม่มีตังค์ เค้าก็รู้ไง.......เค้าก็เลยยื่นโทรศัพท์เค้าให้เราใช้

ที่เราประทับใจมากที่สุดก็คงเป็นตอนที่เรากำลังจะกลับแล้วล่ะ เค้าเดินไปเป็นเพื่อนเราไปซื้อบัตรเติมเงินที่ 7-Eleven ตอนแรกเราก็จะเดินไปคนเดียว เพราะเห็นว่า......ไม่ไกลจากร้านเท่าไหร่ เค้าก็ว่าจะเดินไปเป็นเพื่อนด้วย เราสองคนก็เดินคุยกันมา มีตอนนึง........มันมีหลุมข้างหน้าใช่มั้ย เค้าก็รีบพยุงตัวเราให้ถอย จากนั้นก็บ่นๆ ประมาณเนี้ยดูสิ มันอันตรายขนาดไหนกัน ถ้าเราเดินมาคนเดียวจะเป็นยังไง ? ดีนะที่เค้าเดินมาเป็นเพื่อน แถมเนี้ย......มีแต่คนน่ากลัวๆ ร้านก็ไม่ใช่ใกล้ๆ เฮ้อ !!! หยุดได้ไหม ยิ่งทำแบบนี้ เราก็ยิ่งรู้สึกแย่อ่ะ เราไม่อยากหลอกตัวเองหรอกนะว่าเราไม่เสียใจ แย่จัง!!! ที่แย่ที่สุดก็คือ เค้าถามเราว่า เราจะกลับบ้านยังไงเราก็ว่าคงกลับ taxi (โทรไปขอแม่ แต่.....พ่อไม่ยอมให้ค้างบ้านเพื่อน บอกให้กลับบ้าน) เราก็เลยว่าจะนั่ง taxi กลับแล้วไปเอาเงินที่บ้าน เพราะคิดว่าแค่ประมาณ 200ไม่พอแน่ๆบ้านเราไกลมากกกก ทีนี้เค้าก็ถามเราอ่ะว่าเงินพอไหม? จากนั้นก็ควักเงินมาให้เราอ่ะ เราก็อึ้งงงง เพราะเราไม่ได้บอกใครไงว่าตังค์ไม่พอ แต่เค้าดันรู้ =_=;;; พอเราจะขูดบัตรเติมเงิน ก็ดั๊นแย่งไปขูดอีก แถมเปิดไฟฉายจากมือถือมาส่องให้ ถามเราว่าเติมยังไง ? เรารู้สึกอยากร้องไห้มากๆๆๆๆๆ คอมันตื้นตันอ่ะ แต่......เราก็ได้แต่อดทนไว้ ไม่อยากร้องไห้ให้เค้าเห็น

จากวันนั้นจนถึงวันนี้..........เราสองคนก็ยังไม่ได้คุยกันอีกเลย เราพยายามลืมเค้าให้ได้ แต่........บางครั้งเราก็ยังไม่เข้าใจการกระทำของเค้าเลยจริงๆ เดี๋ยวดี เดี๋ยวร้ายแบบนั้น เราไม่อยากให้เค้ามาเป็นห่วงเราอย่างนั้นหรอก เพราะเราจะยิ่งทำใจไม่ได้ ทุกวันนี้.....เราก็ยังคงคิดถึงเค้าบ้างบางครั้ง คิดถึงความทรงจำดีๆ ที่เราสองคนมีร่วมกัน ทุกอย่างที่เค้าทำให้เรา มันยังคงตื้นตันใจอยู่ บางทีผ่านสถานที่ที่เราเคยไปเดินเล่นด้วยกัน ก็จะคิดถึงจนอยากร้องไห้ เพลงบางเพลงฟังแล้วก็คิดถึงเค้าเพราะเราเคยฟังด้วยกัน เราก็ยังไม่รู้เลยนะว่า.......เมื่อไหร่ถึงจะลืมเค้าได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ อาจจะเป็น.........วันนั้นมั้ง วันที่......เราได้พบคนนั้น คนที่เป็น soul mate ของเรา ใครจะรู้เค้าคนนั้น อาจจะอยู่รอบๆ กายคุณโดยที่คุณไม่รู้ตัวก็ได้นะคะ :::


edit @ 2007/05/30 23:18:07

2007/May/30

เราเชื่อว่า....การเดินทางท่องเที่ยวไปในที่ต่างๆ เป็นความฝันของใครหลายๆ คน บางคนอาจจะชอบสถานที่ที่เงียบสงบ ผ่อนคลาย บางคนก็ชอบที่จะได้ไปดูวัดวาอารามต่างๆ บ้างกลับชอบไปดูดอกไม้ ต้นไม้สวยๆ

เราเองก็มีความฝันว่า สักวันหนึ่งเราจะต้องไปท่องเที่ยวในประเทศที่เราใฝ่ฝันไว้ให้ได้ ประเทศในฝันของเราน่ะเหรอ ??

ที่จริงเราว่าแต่ละประเทศก็มีสถานที่ที่น่าสนใจไม่แพ้กันนะ บางอารมณ์เรากำลังเศร้าๆ เหงาๆ เปลี่ยวๆ หน่อยก็อยากไปประเทศที่มีหิมะ ปั้นตุ๊กตาหิมะอะไรอย่างงี้ บางอารมณ์นึกอยากจะผจญภัยก็อาจจะอยากไปเดินป่า ดูดอกไม้ ต้นไม้ น้ำตกสวยๆ ฮิ.....ฮิ.......เกริ่นมาตั้งนาน การเดินทางท่องเที่ยวที่เราใฝ่ฝัน มีอยู่หลายประเทศ ที่เราคิดว่า.....ชาตินี้ชั้นจะต้องไปให้ได้ ฮ่าๆ แต่ขอพูดถึงประเทศที่อยากไปมากที่สุดก่อนแล้วกันนะ นั่นคือ........ประเทศญี่ปุ่น ^-^ Fuji san นี่น่าจะกลายเป็นสัญลักษณ์ที่ทุกคนรู้ว่า หมายถึง ญี่ปุ่น

เราฝันนะว่าจะได้ไปนั่งรถไฟเที่ยวชมสถานที่ต่างๆ ของญี่ปุ่น

ดูต้นซากุระบาน......ที่สวนอูเอโนะ สวยใช่มั้ยล่ะ ???

กินราเมน+ข้าวปั้นอร่อยๆ อ๋อ.....เราว่าชุดอาหารแบบเบนโตะ ก็อร่อยนะ Oishi >>>> ถ้าได้ไปญี่ปุ่นจะไปกินอาหารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมให้พุงกางเลย แฮ่ๆ +++ พูดแล้วน้ำลายไหลอ่ะ (.......^-^...........)

เดินดูของน่ารักๆ อย่างพวก Sario, Hello Kitty

หาร้านเค้กอร่อยๆ กิน ฮ่าๆ เราได้อ่านเจอมาเยอะมากๆ เลยนะว่า....เค้กของญี่ปุ่นเค้าไม่หวานมากจนเกินไป พวกขนมต่างๆ ของเค้าก็อร่อย ยิ่งได้จิบกับชาเขียวยิ่งอร่อย WoW ^-^ ไม่ต้องสังสัยเลยว่ากลับมา น้ำหนักขึ้นกระจาย !!!

ที่สำคัญที่สุดนะ.......เราอยากไปพักกับคนญี่ปุ่นแท้ๆ อ่ะ เรียกว่า เรียวกัง

เราว่าดีนะ เราชอบมากกก....... เราจะได้เรียนรู้วัฒนธรรมญี่ปุ่นขนานแท้ดั้งเดิม ที่สำคัญ เรียวกัง แต่ละที่ก็มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกพร้อมสรรพอยู่แล้ว สะดวกสบายเชียวล่ะ อันนี้ภายในห้องพักของ Takayama Tanabe Ryokan น่าพักจัง!!!

วันนี้เป็นวันหยุดของเรา เราก็เลยเพ้อฝันเรื่องประเทศในฝัน......ญี่ปุ่น ขึ้นมาอีก คิดถึงเพื่อนๆ เราที่โน้นด้วย หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเร็วๆ เราคงจะได้พบกันนะคะ Hide san, Yoshi san, Ryo san พวกคุณสัญญากับฉันแล้วนะคะว่า.......เราจะได้พบกันอีก ที่นั่น หวังว่าพวกคุณสบายดีนะคะ

ดูแลรักษาสุขภาพนะคะทุกๆ คน

^o^ "tankiku" ^o^


edit @ 2007/05/30 23:18:37